มาเที่ยวอุดร กรุ๊ปคาร์เรนท์ขอแนะนำผู้ที่จะเดินทางมาที่นี่

จังหวัดอุดรธานีมี ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ประกอบด้วยทุ่งนาป่าไม้และภูเขา พื้นที่เอียงลาดลงสู่แม่น้ำโขงทางจังหวัดหนองคายทางทิศตะวันตกมีภูเขาและป่าติดต่อกันเป็นแนวยาว มีทิวเขาสำคัญคือทิวเขาภูพานทอดเป็นแนวยาวตั้งแต่ตอนเหนือสุดจนถึงทางใต้สุดจังหวัดอุดรธานีมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบแสดงให้เห็นว่าบริเวณที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบันนี้ เคยมีชุมชนมนุษย์อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรือราว 5,000-7,000 ปีมาแล้ว เป็นชุมชนโบราณที่มีอารยธรรมความเจริญในระดับสูง สันนิษฐานว่าเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่พบที่บ้านเชียงนั้น อาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่เก่าแก่ที่สุดของโลกบริเวณนี้มีชุมชนอาศัยอยู่ต่อมา แต่เป็นเพียงชุมชนเล็กๆ ที่ไม่มีบทบาทในทางประวัติศาสตร์แต่อย่างใด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2428 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมและเจ้าหมื่นไวยวรนาถ ยกทัพไปปราบปรามพวกฮ่อในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ที่รวมตัวกันก่อการร้าย กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม แม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ ได้นำทัพผ่านมายังบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดอุดรธานีปัจจุบันนี้ และไปทำการปราบปรามพวกฮ่อจนสงบ ซึ่งในขณะนั้นชุมชนเดิมของอุดรธานียังเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ “บ้านหมากแข้ง” หรือ “บ้านเดื่อหมากแข้ง” อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองหนองคายซึ่งขึ้นอยู่กับมณฑลลาวพวนต่อมาเกิดกรณีพิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และไทยเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส ตามสนธิสัญญามีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการในรัศมี 25 กิโลเมตรจากฝั่งแม่น้ำโขง กองกำลังทหารไทยที่ตั้งประจำอยู่ที่เมืองหนองคาย ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ จึงต้องเคลื่อนย้ายถอยร่นมาจนถึงบ้านเดื่อหมากแข้ง แล้วกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมก็ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวนและกองทหารขึ้นใหม่ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มณฑลอุดร” ขึ้นที่บ้านหมากแข้ง จนกระทั่งได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลเทศาภิบาล มณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไป และเปลี่ยนเป็น “จังหวัดอุดรธานี" นับแต่นั้นมา


UD TOWN
          เป็นแหล่งรวม ช็อปปิ้งเหมือน Center Point หรือ Siam Square ในเมืองหลวง เป็นที่ของคนอุดรมาจับจ่ายใช้สอย รับประทานอาหาร หาความบันเทิง ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ คนลาวจะขับรถยนต์จากฝั่งประเทศลาว ข้ามสะพานมิตรไทย-ลาว ที่หนองคาย เข้ามาเดินเที่ยวช้อปปิ้งกันเป็นพันคน ยูดี ทาวน์ เป็น โอเพ่นแอร์ มอลล์ ซึ่งได้รับความนิยมในต่างประเทศทั้ง วิกตอเรีย การ์เด้น (แคลิฟอร์เนีย) นานจิงลู่ (เซี่ยงไฮ้) ฌ็องเซลิเซ่ (ปารีส) ฯลฯ    ยูดี ทาวน์ กำลังจะก้าวสู่ความเป็นไลฟ์สไตล์ระดับ   พรีเมี่ยมของอินโดจีน ซึ่งด้วยศักยภาพของโครงการ ที่มีโลเกชั่นอยู่ในไพร์มโซน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ล้อมรอบด้วยถนนสายสี่สายสำคัญ  เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชุมชน โดยบริเวณรอบโครงการมีทั้งสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง แหล่งชุมชน โรงพยาบาล ฯลฯ คอนเซ็ปท์ของ “ยูดี ทาวน์” ออกแบบให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคทั้งคนในพื้นที่ ชาวต่างชาติ ตลอดจนนักท่องเที่ยว เน้นความร่มรื่นของธรรมชาติ ยกระดับคุณภาพชีวิตเทียบเท่าเมืองระดับโลก ให้ความรู้สึกมีระดับ ทันสมัย ผ่อนคลาย สะดวกสบาย และมุ่งสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็น “พรีเมี่ยม ไลฟ์สไตล์” ศักยภาพอุดรธานี ในแง่ภาพรวมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น่าจับตา เป็นจังหวัดที่มีประชากรเดินทางทำงานต่างประเทศมากที่สุด ซึ่งทำให้มีรายได้จากแรงงานจังหวัดอุดรธานีส่งกลับสู่ประเทศประมาณปีละ 8,000 ล้านบาท รายได้จากการท่องเที่ยว กว่า 4,500 ล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 2 ล้านคนต่อปี โดยวัตถุประสงค์ในการเดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี มีทั้งเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อน เยี่ยมญาติและเพื่อน ประชุมอบรมศึกษาดูงาน ติดต่อธุรกิจ  ชมนิทรรศการแสดงสินค้า และปฏิบัติราชการ ฯลฯ ตลาดนักท่องเที่ยวหลักเป็นนักท่องเที่ยวลาวที่เดินทางมาจากเวียงจันทร์ เพื่อเข้ามาท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีสถิติโดยประมาณเกือบ 160,000 คนต่อเดือน  นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ เยอรมนี  ฝรั่งเศส  และอเมริกาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก   โดย 80%  จะเป็นเขยต่างชาติที่มีภรรยาคนไทยแล้วเดินทางกลับมาเยี่ยมญาติทางฝ่ายภรรยา  พร้อมกับท่องเที่ยวพักผ่อน  อีกทั้งยังมีชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในอุดรฯ อย่างถาวรรวมกว่า 30,000 คน ซึ่งมีชุมชนอยู่ใกล้บริเวณโครงการ แมคโดนัลด์เปิดวันแรก ยอดขายภายในร้านทะลุ 300,000 บาท ในวันเดียว  เป็นปรากฏการณ์ยอดขายมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งโดยปกติแล้วแมคโดนัลด์จะตั้งเป้ายอดขายต่อสาขาเดือนละ 400,000 บาท นอกจากนั้นมีแบรนด์อื่นๆ ได้แก่ Swensen’s, Chester’s Grill, Toy R Us, dtac center, Mc Jeans, Lee - Wrangler, Hush Puppies, Sabina, Triumph, Manchester, Boots, Levi’s, His & Her (ICC Group), Shabushi, OCC Beauty House  ยูดีทาวน์มีปริมาณผู้ใช้บริการและนักท่องเที่ยว เฉลี่ย 15,000 – 20,000 คน/วัน แบ่งเป็นชาวอุดรธานี 70 เปอร์เซ็นต์ และลูกค้าจากที่อื่น 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกลุ่มลูกค้าอื่นนี้เอง สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงร้อยละ 40 กลุ่ม สปป.ลาว ร้อยละ 25 และ กลุ่มลูกค้า-นักท่องเที่ยวร้อยละ 35
 
เป็ดเหลืองยักษ์ ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์
           อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี หนองประจักษ์เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี เดิมเรียกว่า"หนองนาเกลือ" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "หนองประจักษ์" เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมผู้ทรงก่อตั้งเมืองอุดรธานี ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เทศบาลเมืองอุดรธานี ได้ทำการปรับปรุงหนองประจักษ์ขึ้นใหม่ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยบริเวณตัวเกาะกลางน้ำได้จัดทำสวนหย่อมปลูกไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิด และทำสะพานเชื่อมระหว่างเกาะมีน้ำพุ หอนาฬิกา และสวนเด็กเล่น แต่ละวันจะมีประชาชนเข้าไปพักผ่อนและออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก เป็ดยักษ์สีเหลือง ซึ่งคล้าย ๆ กับเจ้า "เป็ดสันติภาพ" ผลงานของ ฟลอเรนท์จิน ฮอฟแมน ศิลปินชาวเนเธอร์แลนด์ สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และความสามัคคี มาลอยน้ำในสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เป็ดเหลืองยักษ์ นี้เด่นมากประชาชนที่มาพักผ่อนนิยมถ่ายรูป  เป็นการสร้างสีสันใหม่ ๆ ให้ชาวอุดรธานี


ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน
          พี่น้องชาวจีนคณะกรรมการ ศาลเจ้าปู่-ย่า ก่อสร้างขึ้นด้วยทุนกว่า 15 ล้านบาท เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2556 เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวจีนพลัดถิ่น ที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ตั้งรกรากประกอบธุรกิจการค้าจนรุ่งเรืองเป็นเจ้าสัวอยู่ในเมืองอุดรธานีมาถึงทุกวันนี้ ภายในศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานี มีการจัดภูมิทัศน์ และสวนจีน เลียนแบบเมืองจีนแท้ๆ เข้าไปเดินเที่ยวแล้วนึกว่าอยู่ในเมืองจีนจริงๆ กลางสวนมีบ่อปลาคาร์พจักรพรรดิ์ห้าสี ขนาบด้วย อาคารเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ หอคุณธรรม ที่รวมคติความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวจีนในอุดร สอนลูกสอนหลานต่อเนื่องกันมา ให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตต่อไป ถึงแม้เราจะไม่ใช่ชาวจีน ก็สามารถเข้าไปชมได้ เหมาะมากสำหรับทุกคนในครอบครัว ตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟใกล้ตลาดหนองบัว เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่ใหญ่โตและสวยงาม มีสวนหย่อมริมหนองบัว บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อน และในศาลเจ้าปู่-ย่าแห่งนี้ ยังมีมังกรทองยาวถึง 99 เมตร ซึ่งใช้แสดงในงานทุ่งศรีเมืองในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีศาลเจ้าปู่ย่า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ศูนย์รวมพลังศรัทธาและพลังสามัคคีของพี่น้องชาวจีนทุกตระกูลแส้ในอุดรธานี โดยภายในศาลนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ควรไปสักการะ 6 อย่าง คือ หนึ่ง “ทีตีแป่บ้อ” เรียกสั้นๆ ว่า “ทีกง” หรือชื่อในภาษาไทย คือ “ศาลเทพยดาฟ้าดิน” สอง “ปึงเถ่ากงม่า” คือ “เจ้าปู่เจ้าย่า” สาม “ศาลเจ้าพ่อหนองบัว” สี่ “ตี่จู๋เอี๊ย” หรือ ชื่อภาษาไทย คือ เจ้าที่เจ้าทางซึ่งก็คือสิ่งศกดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาดูแลสถานที่นั้นๆ ห้า “พระสังกัจจายน์” และ หก คือ “ฉั่งง่วนส่วย” เป็นองค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์เป็นอย่างยิ่ง

 
ทะเลบัวแดง
        สำหรับหนองหานกุมภวาปี หรือทะเลบัวแดง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ มีพื้นที่มากกว่า 29,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนมีนาคม จะมีดอกบัวสีชมพูเข้มเกิดและออกดอกพร้อมกัน ติดเป็นผืนเดียวขนาดใหญ่ และเมื่อหมดฤดูกาลราว 3-4 เดือน ต้นบัวทั้งหมดก็จะหายไปจนสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ยกให้เป็น 1 ใน 10 ทะเลสาบที่สวยงามและแปลกที่สุดใน "ทะเลบัวแดง" จะต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปชมความสวยงามในยามเช้า ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ซึ่งในช่วงต้นฤดูหนาวเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะนั่งเรือรับลม ท่องเที่ยวไปในกลางบึงใหญ่อย่างหนองหานที่เต็มไปด้วยดอกบัวสายสีแดงอมชมพู บนพื้นที่กว้างถึง 22,500 ไร่ จนได้รับการยกย่องให้เป็น "ทะเลบัวน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย" กันเลยทีเดียว ถือเป็นความมหัศจรรย์ของระบบนิเวศแห่งทะเลน้ำจืดหนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีที่ไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้มาเยือนอุดรธานี  สำหรับเทศกาลทะเลบัวแดงดังกล่าวจะจัดขึ้นในบริเวณหนองหาน สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ในอำเภอกุมภวาปี และบางส่วนในอำเภอประจักษ์ศิลปาคม ของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งบึงแห่งนี้จะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำนานาชนิด ซึ่งช่วงเวลาที่ดอกบัวจะออกดอกและมีปริมาณมากที่สุด คือ เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ และค่อย ๆ ลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดอกบัวแดงบานเต็มท้องน้ำหนองหานสุดลูกหูลูกตาอย่างงดงาม จนเป็นที่มาของคำว่า "ทะเลบัวแดง" นักท่องเที่ยวควรเดินทางมาตั้งแต่เช้า เพื่อชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น ที่สามารถยืนอยู่บนคันดินสูง หรือชมความงามจากผิวน้ำ แล้วกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 1 พันปี ก่อนลงเรือชมความงามดอกบัว ด้วยเรือใหญ่บรรทุก 10 คน เที่ยวละ 45-60 นาที ราคา 300 บาท ส่วนเรือใหญ่ เรือหางยาว ราคาคนละ 100 บาท นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพทุกคน ซึ่งที่ผ่านมามีการก่อสร้างท่าเรือใหม่ อาคารอเนกประสงค์ ห้องน้ำสาธารณะและลานจอดรถ เพื่ออำนวยความสะดวกเต็มที่      


ภูฝอยลม
          ภูฝอยลมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค มีเนื้อที่ 192,350 ไร่ บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตตำบลทับกุง ภูฝอยลมจัดเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีแปลงปลูกสาธิต บริเวณจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองอุดรธานี ภูฝอยลมมีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว และสามารถตั้งแคมป์พักแรมได้ มีกิจกรรมเดินป่าเป็นยอดภูเขาสูงที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 600 เมตร มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี และมีความชุ่มชื้นสูงมาก และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในอดีต ทำให้เกิด Lichen (รา +สาหร่าย) ชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Frutiose เรียกว่า ฝอยลม (Usnea abissinica Mot.)มีลักษณะเป็นเส้นฝอยสีเขียวปนเทา เกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้เจริญงอกงามกระจายอยู่เต็มภูเขา จนได้รับการขนานนามว่า ภูฝอยลม ปัจจุบันมีการจัดตั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและให้เป็นที่ทัศนศึกษาของประชาชน ประกอบด้วยสวนรวมพรรณไม้ 60 พรรษา มหาราชินี อุทยานโลกล้านปี มีหุ่นจำลองไดโนเสาร์ และพิพิธภัณฑ์แสดงซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ และมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติซึ่งจะได้พบป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง สลับป่าทุ่งหญ้า น้ำตกเล็ก ๆ และถ้ำ ฯลฯ
      
 บ้านเชียง
          บ้านเชียง มรดกโลกแห่งนี้เป็นดินแดนที่เคยมีผู้คนอาศัยเมื่อกว่า 5,000-1,800 ปีล่วงมาแล้ว เป็นแหล่งชุมชนที่มีอารยธรรม และเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถเพาะปลูกพืชผล เลี้ยงสัตว์ ทำเกษตรกรรม หลอมโลหะ ประดิษฐ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสามารถปั้นเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบสีแดง คล้ายรูปขดก้นหอย อันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเชียงแท้ๆ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ได้รับการค้นพบครั้งแรกโดยชาวบ้านในแถบนั้นเมื่อ พ.ศ. 2503 เพราะมีเศษภาชนะดินเผาแตกเกลื่อนกระจายอยู่ทั่วไปตามหัวไร่ปลายนา ต่อมาจึงมีการขุดค้นจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2515 วงการโบราณคดีทั่วโลกจึงตกตะลึง! เพราะพบว่าเป็นแหล่งชุมชนโบราณขนาดใหญ่ เก่าแก่กว่า 5,000 ปี ทุกวันนี้มีการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างดี พร้อมด้วยหลุมขุดค้นจริงที่วัดโพธิ์ศรีใน เราจะได้เห็นโครงกระดูกมนุษย์โบราณ พร้อมด้วยซากเครื่องปั้นดินเผามากมาย ถ้าใครมาเที่ยวบ้านเชียงตรงกับเดือนกุมภาพันธ์พอดี ก็จะได้ชม “งานมรดกโลกบ้านเชียง” มีขบวนแห่และงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่
 
วัดป่าภูก้อน
             ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย กำเนิดขึ้นจากการดำริชอบของพุทธบริษัทสี่ ผู้ตระหนักถึงคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย โดยในปี พ.ศ. 2527 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ได้เมตตาปรากฏในทิพยนิมิต สั่งให้ไปธุดงค์ทางภาคอีสานเป็นเวลา 10 วัน คณะได้เดินทางมาธุดงค์แถบจังหวัดสกลนครและอุดรธานี เกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาของพระป่า จึงได้เข้าช่วยเหลือท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก สำนักสงฆ์บ้านนาคำน้อย ในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจัดตั้งเป็นวัดป่านาคำน้อย และปลูกป่าทดแทนฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมกว่า 750 ไร่ อย่างถูกต้องตามระเบียบของกรมป่าไม้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติธรรมและอยู่อาศัยของพระสงฆ์ จากนั้นท่านพระอาจารย์อินทร์ถวายได้พาไปดูป่าภูก้อนที่กำลังถูกสัมปทานตีตราตัดไม้ คณะศรัทธาจึงได้ตัดสินใจสร้างวัด โดยกราบอาราธนาท่านพระอาจารย์ชาลี ถิรธัมโม (ปัจจุบันเป็นพระครูจิตตภาวนาญาณ) เป็นประธานและขวัญกำลังใจในการก่อสร้าง และได้ทำเรื่องขอใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อสร้างวัดในเนื้อที่ 15 ไร่ จากกรมป่าไม้ วัดป่าภูก้อนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในวันที่ 7 มิถุนายน 2532

 
คำชะโนด
        ลักษณะพื้นที่โดยรอบเป็นเกาะ มีต้นชะโนด เกิดขึ้นรวมกันอยู่ เป็นกลุ่มประมาณ 20 ไร่ เป็นต้นไม้ชนิดที่หายากมาก ในประเทศไทยประกอบด้วยต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาล รวม กันเป็นต้นชะโนด ภายในป่าชะโนดยัง มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์อยู่ตรงกลางเกาะ เรียก ว่า บ่อคำชะโนด เป็นน้ำใต้ดินที่พุ่งไหลซึมตลอดเวลา ทางจังหวัดได้เลือกน้ำ จากบ่อนี้ไปร่วมในพิธีสำคัญเสมอ นอก จากนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อพระยาศรีสุท โธที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ ใน ความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่งตามเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นพญานาคราช ที่อาศัยอยู่ใน เมืองบาดาล และใช้เมืองคำชะโนดแห่งนี้ เป็นที่ขึ้นลงติดต่อระหว่างเมืองบาดาลกับเมือง มนุษย์ และยังมีเรื่องราวของความศักดิ์สิทธิ์น่าศจรรย์ของสถานที่นี้ ให้เป็นที่เล่า ขานแก่ชาวเมืองคำชะโนดได้ 2 เส้นทาง คือเส้นทางสายอุดร-หนองคาย เลี้ยวขวาตรง ทางแยกบ้านนาข่า ตามทางหลวงหมายเลข 2255ถึงสามแยกบ้านสุมเส้าแล้ว เลี้ยวขวา ไป อ. บ้านดุงต่อไปหมู่บ้านสันติสุข ถึงวัดศิริสุทโธ อีกประมาณ 12 กมหรือใช้เส้นทางอุดร-สกลนคร ประมาน 45 กม. แล้วเลีย้วซ้ายแยกบ้านหนองแม็ก ไป อ. บ้านดุง อีกประมาณ 40 กม . แล้วไปหมู่บ้านสัติสุขถึงวัด ศิริสุทโธอีกประมาณ
12 กม. วังนาคินทร์คำชะโนด หรือชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า เมืองชะโนด สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ระหว่างรอยต่อของตำบลวังทอง ตำลบบ้านม่วงและตำบลบ้านจันทร์อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีวังนาคินทร์คำชะโนด หรือ เมืองคำชะโนดมีเรื่องเล่ากันมาว่า เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธเป็นพญานาค ครองเมืองหนองกระแสครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งเป็นพญานาคเช่นเดียวกันปกครองมีชื่อว่าสุวรรณนาค และมีบริวารฝ่ายละ 5,000 เช่นเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมีอาหารการกินก็แบ่งกันกิน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเพื่อนตายกันตลอดมา ฯ กลับมาและได้เล่าเรื่องเมืองชะโนดให้พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายฟังถึงความงามความวิจิตรพิสดารต่าง ๆ ของเมืองบาดาลให้ท่านฟังปัจจุบันนี้คำชะโนดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีชื่อเสียงในระดับประเทศ
 
ภูพระบาท
            อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน ครอบคลุมพื้นที่ 3,430 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีชื่อว่า “ป่าเขือน้ำ” บ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยะทางประมาณ 67 กม. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเปิดบริการเวลา 08.00-16.30 น. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทแห่งนี้ ปรากฏร่องรอยของกิจกรรมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 2,000 – 3,000 ปีมาแล้ว มีการพบภาพเขียนสีมากกว่า 30 แห่ง ยังพบการดัดแปลงโขดหินและเพิงผาธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานของผู้คนใน วัฒนธรรมทวารวดี ลพบุรี สืบต่อกันมาจนถึงวัฒนธรรมล้านช้าง ตามลำดับ ซึ่งร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมของ มนุษย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ทางกรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่ ป่าสงวนจำนวน 3,430 ไร่ จากกรมป่าไม้ โดยได้ประกาศขึ้นทะเบียนเขตโบราณสถานไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 98 ตอนที่ 63 เมื่อวันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2524 จากนั้นจึงได้พัฒนาแหล่งจนกลายเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทในที่สุด สภาพภูมิประเทศของภูพระบาทมีลักษณะเป็นโขดหินและเพิงผาที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดจากการผุพังสลายตัวของหินทราย ซึ่งมีเนื้อหินที่แข็งแกร่งแตกต่างกัน ระหว่างชั้นของหินที่เป็นทรายแท้ๆ ซึ่งมีความแข็งแกร่งมาก กับชั้นที่เป็นทรายปนปูนซึ่งมีความแข็งแกร่งน้อยกว่า นานๆ ไปจึงเกิดเป็นโขดหิน และเพิงผารูปร่างแปลกๆ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ประมาณ ๒,๐๐๐ – ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว วิถีชีวิตของผู้คน ในสมัยนั้นดำรงชีวิตด้วยการเก็บของป่า และล่าสัตว์เป็นอาหาร เมื่อขึ้นมาพักค้างแรม อยู่บนโขดหินและเพิงผาธรรมชาติเหล่านี้ก็ได้ใช้เวลาว่างขีดเขียนภาพต่างๆ เช่น ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพฝ่ามือ ตลอดจนภาพลายเส้นสัญลักษณ์ต่างๆไว้บนผนังเพิงผาที่ใช้พักอาศัย ซึ่งปรากฏอยู่ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นจำนวนมาก เช่น ที่ถ้ำวัว – ถ้ำคน และภาพเขียนสีโนนสาวเอ้ ซึ่งภาพเขียนสีบนผนังหินเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาให้ผู้คนในชั้นหลังค้นหาความหมายที่แท้จริงต่อไป
 
วนอุทยานน้ำตก
วนอุทยานน้ำตกธารงาม อยู่ในเขตป่าขุนห้วยสามพาด-ขุนห้วยกองสี อยู่ในท้องที่ตำบลหนองแสง กิ่งอำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี มีเนื้อที่ประมาณ 78,125 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2527ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน โดยแยกตัวเป็นพืดยาวติดต่อกันออกไปทางทิศเหนือ พื้นที่มีความลาดชันสูงและค่อนข้างราบบนสันเขา มีลำธารหลายสายไหลลงสู่ห้วยสามพาด ห้วยน้ำฆ้องและห้วยกองสี เฉพาะที่ห้วยวังกุ่มเป็นป่าทึบและรกชัฏ ทิศใต้ของพื้นที่เป็นพะลานหินชื่อ “แหลสะอาด”ลักษณะภูมิอากาศ   สภาพภูมิอากาศของวนอุทยานน้ำตกธารงามแบ่งได้ 3 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม พันธุ์ไม้และสัตว์ป่าเป็นป่าดงดิบและป่าเต็ง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ประดู่ นนทรี มะค่าโมง มะค่าแต้ เต็งดง ยาง เต็ง รัง เป็นต้น และไม้พื้นล่างได้แก่ไผ่ต่างๆ หวาย กล้วยไม้เกาะหิน เฟิร์น และต้นข้าวสาร สัตว์ป่าที่พบได้แก่ หมูป่า เก้ง กระจง ลิง ชะนี ค่าง บ่าง อีเห็น และนกชนิดต่างๆ บ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวกวนอุทยานน้ำตกธารงาม ไม่มีบ้านพักไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางไปพักแรม โปรดนำเต็นท์ไปกางเอง แล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานน้ำตกธารงามโดยตรง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ 10900 แหล่งท่องเที่ยว ห้วยวังกุ่ม ที่ห้วยวังกุ่มซึ่งไหลลงห้วยน้ำฆ้องจะมีน้ำตกธารงามมีน้ำไหลเกือบตลอดปี เหนือน้ำตกธารงามตามลำห้วยขึ้นไปจนถึงขุนจะเป็นโขดหิน หน้าผาและถ้ำที่สวยงามและแปลกตา ด้านทิศใต้ของพื้นที่เป็นพะลานหินชาวบ้านเรียกแหลชื่อ”แหลสะอาด” ซึ่งเป็นแหลขนาดใหญ่ ณ จุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้สวยงามและกว้างไกล สถานที่ท่องเที่ยวน้ำตกธารงามนี้ จะมีร้านอาหารและที่จอดรถให้ด้วย สามารถเที่ยวน้ำตกธารงามได้อย่างสบายใจแล้วครับ ส่วนการเดินทางนั้น ใครที่จะมารถยนต์ ส่วนตัว อยู่ห่างจากตัวกิ่งอำเภอเพียง 6 กิโลเมตรเศษ เท่านั้นและมีถนนไปถึงวนอุทยานน้ำตกธารงาม 3 เส้นทางดังนี้ครับเส้นทางอุดร-บ้านเหล่า-โคกลาด-กิ่งอำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร เส้นทางอุดร-คำกลิ้ง-บ้านตาด-กิ่งอำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เส้นทางอุดร-ห้วยเกิ้ง-กิ่งอำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร
 


update 05 พฤษภาคม 2558


<< กลับไปยังรายการข่าว

รถเช่าเลยบ้านเรา จองรถเช่า 0948745450     รถเช่าอุดรธานีบ้านเรา โทร 091-054-9050     รถเช่าบ้านเราเชียงคาน เช่ารถ โทร 094 874 5450     รถเช่าบ้านเราหนองบัวลำภู โทร 094-374-5230     รถเช่าบ้านเราหนองคาย โทร 094 874 5450     รถเช่าบ้านเราสว่างแดนดิน     รถเช่าบ้านเราสกลนคร โทร 094-283-5601     รถเช่าบ้านเราระยอง ติดต่อ 081-578-8089     รถเช่าบ้านเรามุกดาหาร โทร 094-512-4554     รถเช่าบ้านเราป่าพะยอม โทร 093-640-8307     รถเช่าบ้านเราบุรีรัมย์ โทร 094-283-5601     รถเช่าบ้านเราบึงกาฬ ติดต่อ 094-874-5450     รถเช่าบ้านเรานครพนม โทร 094-275-2803     รถเช่าบ้านเราชุมแพ โทร 063-404-4945     รถเช่าZ://ติและชมการใช้บริการของเรา (กรอกข้อมูล)     รถเช่าZ:// ระบบ สำนักงาน     รถเช่าMEMBERSHIP     รถเช่า@รถเช่าบ้านเรา(063-404-4945 รับสมัครรถร่วมเช่าที่บ้านเรา)